You need to upgrade your Flash Player or to allow javascript to enable Website menu.
Get Flash Player
 
 
 
 
 

“กล้วยไม้ที่มีความสวยงามซึ่งนับวันจะสูญหายไป  ขอให้มีการอนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้ไทยไว้”  เป็นพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ  ครั้งเสด็จเป็นองค์ประธานทรงเปิดงานกล้วยไม้เอเชียแปซิฟิคครั้งที่ 4 (The 4 th Asia  Pacific  Orchid  Conference)  เมื่อปี พ.ศ.2535  ซึ่งจัดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่  ประกอบกับในปี พ.ศ.2554  นักพฤกษศาสตร์ไทยและเดนมาร์กร่วมกันค้นพบและตรวจสอบรายชื่อกล้วยไม้ไทยที่ถูกต้อง มีถึง 180 สกุล (genera) จำนวน 1,200 ชนิด (species) ซึ่งทุกชนิดถูกจัดให้เป็นพืชอนุรักษ์  เนื่องจากเป็นพืชหายากและใกล้สูญพันธุ์  แต่มนุษย์นิยมนำมาปลูกเลี้ยงเพื่อประดับและการค้าอย่างแพร่หลาย  จึงถูกนำออกจากแหล่งกำเนิดธรรมชาติเป็นจำนวนมาก  ส่งผลทำให้กล้วยไม้ป่าหลายชนิดหายากขึ้นหรือสูญพันธุ์ไป  ควรมีการอนุรักษ์พันธุ์พืชซึ่งหมายถึงการรักษาพืชชนิดนั้น ๆ ให้คงเดิมหรือคงอยู่ตลอดไป 
พืชที่มีการอนุรักษ์มักเป็นชนิดที่ใกล้สูญพันธุ์  สังเกตได้ง่าย ๆ คือ หายาก  ถ้าความหายากนั้นผนวกกับมีคนสนใจมาก     สิ่งที่ตามมาคือมีราคาแพง  เมื่อมีราคาแพงคนก็เสาะแสวงหามาขาย  แม้จะเหนื่อยยากเสี่ยงภัยก็คุ้มเพราะขายได้ราคาสูง  พืชชนิดใดเป็นเช่นที่กล่าวมานี้  ฝ่ายเจ้าหน้าที่ก็เหนื่อยและมักตามไม่ทัน  ถ้าเข้มงวดพืชชนิดนั้นก็ยังคงอยู่แต่ถ้าเผลอเมื่อใดฝ่ายจ้องจะขโมยย่อมสัมฤทธิ์ผล   
การอนุรักษ์เชิงรับเช่นนี้พืชนั้นก็มีแต่ลดน้อยลงไป  หากปรับวิธีคิดใหม่เป็นการอนุรักษ์ในเชิงรุกคือทำของหายากให้กลายเป็นของหาง่าย  เมื่อหาง่ายราคาย่อมถูกลง  แต่ถ้าอนุรักษ์โดยเฝ้ารอให้กล้วยไม้ในป่าแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติน่าจะใช้เวลานานมากเพราะสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนไป  โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว  ป่าและของป่าจึงถูกเบียดเบียนมากขึ้นมากขึ้น  หากไม่มีการอนุรักษ์ในอนาคตกล้วยไม้ป่าก็อาจจะมีการสูญพันธุ์และสูญไปจากป่าแน่นอน

จุดเริ่มต้นของโครงการ

สมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย  ร่วมกับบริษัท สยามพารากอน รีเทล จำกัด  ได้จัดงาน 7th  Siam Paragon Bangkok Royal Orchid Paradise 2013  เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ  เนื่องในมหามงคลวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 81 พรรษา  และในวโรกาสที่ทรงได้รับการถวายพระราชสมัญญา “พระมารดาแห่งการคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพ”  เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2553  ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงอนุรักษ์ และคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศและได้พระราชทานแนวทางและโครงการตามพระราชดำริด้านความคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพเป็นแบบอย่างแก่พสกนิกร 

ในปีนี้งาน Siam Paragon Bangkok Royal Orchid Paradise 2013 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด รักษ์กล้วยไม้รักษ์แผ่นดิน  โดยมีการประกวดกล้วยไม้สกุลช้างชนิดไอยเรศ เป็นกรณีพิเศษนอกเหนือจากการประกวดกล้วยไม้ 9 สกุล ตามที่ได้ประกวดมาตลอดระยะเวลา 6 ปี  ผลจากการจัดงานดังกล่าว  จึงเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการประกอบกับสมาคมฯ ได้ทราบว่าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่  ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีโครงการอนุรักษ์และขยายพันธุ์กล้วยไม้ธรรมชาติโดยนำกล้ากล้วยไม้หวายแดงเขาใหญ่เป็นพืชนำร่อง  ซึ่งเป็นไม้ที่ได้จากป่าเขาใหญ่ปลูกเกาะติดกับต้นไม้ในอุทยาน  ต่อมามีโครงการอนุรักษ์กล้วยไม้ไอยเรศ  ซึ่งเป็นกล้วยไม้สกุลช้างเพิ่มขึ้นอีกชนิดหนึ่ง  โดยเป็นโครงการตั้งแต่ปี พ.ศ.2554 - 2561  สมาคมฯ จึงมีความประสงค์ที่จะสนับสนุนโครงการ  โดย ร่วมกับบริษัท สยามพารากอน    รีเทล จำกัด  ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช  จัดทำ “โครงการอาสาพากล้วยไม้ป่ากลับบ้านเกิด” ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ดังกล่าว

สร้างจิตสำนึกรู้คุณค่ากล้วยไม้

เมื่อโครงการอาสาพากล้วยไม้ป่ากลับบ้านเกิด  มีวัตถุประสงค์ เพื่อสนองเบื้องยุคลบาทและน้อมนำแนวพระราชดำริเกี่ยวกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ  เพื่อเป็นศูนย์กลางการศึกษา รวบรวมขยายพันธุ์และอนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้ไทยอย่างต่อเนื่อง  เพื่อสร้างจิตสำนึกให้คนไทยรู้คุณค่าของกล้วยไม้ป่าและร่วมรับผิดชอบต่อการอนุรักษ์มรดกทางธรรมชาติ  และเพื่อสร้างคุณค่าให้ป่าเป็นแหล่งศึกษาด้านธรรมชาติวิทยาที่ดีของอนุชนรุ่นหลังอีกด้วย  
เมื่อโครงการอาสาพากล้วยไม้ป่ากลับบ้านเกิดที่มาจากแนวคิดรักษ์กล้วยไม้  รักษ์แผ่นดิน  ทุกหน่วยงานได้ร่วมพลังความคิดเตรียมดำเนินงานให้บรรลุตามเป้าหมาย  โดยการรวบรวมและขยายพันธุ์กล้วยไม้หวายแดงและไอยเรศ  นำไปปลูกคืนสู่ป่าธรรมชาติ ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้ตามที่กำหนดแผนไว้   เป็นการประชาสัมพันธ์สร้างจิตสำนึกและความรับผิดชอบต่อธรรมชาติให้มวลชนทั่วไป  อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่จะเป็นศูนย์กลางการศึกษา  รวบรวมและขยายพันธุ์อนุรักษ์กล้วยไม้ป่าอย่างต่อเนื่องและคิดว่าจะเป็นแนวทางหรือต้นแบบในการทำงานให้ทั้งภาครัฐและเอกชนอีกหลายแห่ง  ในอนาคตประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางความหลากหลายของกล้วยไม้ป่าที่มีเอกลักษณ์และลักษณะเฉพาะของตนเองอย่างแน่นอน

 

การอนุรักษ์กล้วยไม้ที่เขาใหญ่

การเริ่มต้นฟื้นฟูกล้วยไม้ในอุทยานแห่งชาติจะต้องมีการตัดสะสางกิ่งไม้ที่บดบังแสงแดดบริเวณปลูกหวายแดง  ตัดแต่งก้านดอกและใบแห้งของต้นกล้วยไม้ทุกปี  ปลูกซ่อมในแหล่งเดิมบริเวณของพื้นที่ที่ต้องมีการสร้างแหล่งกล้วยไม้ใหม่ในอุทยานฯ โดยเลือกทำเลที่ประชาชนจะเข้าไปชื่นชมได้  ปลูกกล้วยไม้ชนิดเดียวบนต้นไม้ 1 ต้น หรือปลูกหลายชนิดที่ออกดอกพร้อมกัน  กล้วยไม้ที่ปลูกเป็นแปลงต้องกันคนเข้าเหยียบย่ำได้  และหลีกเลี่ยงการสร้างสิ่งกีดขวางที่ไม่กลมกลืนกับธรรมชาติ  นอกจากนั้นจำเป็นจะต้องเข้าสู่มวลชนเพื่อการประชาสัมพันธ์  โดยแจ้งฤดูออกดอกกล้วยไม้บานล่วงหน้านาน ๆ มีข้อมูลทางวิชาการพร้อมที่จะให้ผู้สนใจ  เชิญชวนและชักชวนคนในท้องถิ่นให้เกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของกล้วยไม้ในอุทยานทำให้เกิดความหวงแหนและต้องการเข้ามาช่วยปฏิบัติบำรุง  กล้วยไม้ในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ก็จะอยู่คู่กับอุทยานตลอดไป

          การดำเนินงานเริ่มเมื่อวันจันทร์ที่ 24 มิถุนายน 2556  คุณบัญชา ฉันทดิลก และทีมงาน  เจ้าหน้าที่ของบริษัทสยามพารากอน รีเทล จำกัด  ผศ.ดร.พัชรียา  บุญกอแก้ว อาจารย์จากภาควิชาพืชสวน  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  และ  รศ. ไพบูลย์  ไพรีพ่ายฤทธ์  กรรมการที่ปรึกษาของสมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทยได้เดินทางไปอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่  เพื่อสำรวจพื้นที่น้ำตกผากล้วยไม้  โดยมีระยะทางถึง 1,300 เมตร และถึงน้ำตกเหวสุวัต ระยะทาง 3 กิโลเมตร  คณะได้เดินทางไปตามทางปูนลัดเลาะไปตามริมลำธาร เหนื่อยก็พัก  พบว่าสภาพป่าค่อนข้างสมบูรณ์  พบมีร่องรอยช้างป่าเนื่องจากมีป่าไผ่ซึ่งเป็นอาหารของช้างตลอดเส้นทาง  กิ้งก่าและผีเสื้อสีสันสวยงาม  แต่ช่วงเวลาที่เดินทางมาสำรวจตรงกับฤดูฝน  พบว่าทางเดินบางช่วงจะเต็มไปด้วยโคลน หลุมและต้นไม้ล้มกีดขวางทาง  แต่มีเครื่องหมายบอกตลอดเส้นทาง  ความรู้สึกของคณะโดยเฉพาะผู้ที่ไม่เคยได้มาสัมผัสบรรยากาศของธรรมชาติ  จะบอกว่าตื่นเต้นได้ประสบการณ์ที่น่าประทับใจครั้งหนึ่งของชีวิตทีเดียว
จุดแรกที่คณะหยุดพักได้แก่ บริเวณน้ำตกผากล้วยไม้  จะพบแปลงสาธิตการปลูกหวายแดงเขาใหญ่  ซึ่ง รศ.ไพบูลย์  ไพรีพ่ายฤทธ์  ได้บอกว่าในอดีตสมัยก่อตั้งอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ใหม่ ๆ ถ้าเดินทางมาในช่วงกลางเดือนมีนาคมถึงกลางเดือนพฤษภาคม  จะได้ชื่นชมความสวยงามตระการตาของดอกหวายแดง       ที่แดงบานเต็มผากล้วยไม้  จนอยากจะกล่าวไว้ว่าใครต้องการจะพบเห็นหวายแดงบานสะพรั่งจะหาดูที่ไหนไม่ได้  นอกจากบริเวณผากล้วยไม้บนเขาใหญ่เพียงแห่งเดียว  แต่ปัจจุบันหวายแดงทรุดโทรมลงมากอันเนื่องมาจากสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป  ประกอบกับความสวยงามของหวายแดงเป็นเสน่ห์ดึงดูดให้ผู้ชื่นชมเข้าชมอย่างใกล้ชิดมากเป็นผลกระทบทำให้กล้วยไม้บอบช้ำเสียหายไม่สามารถฟื้นฟูได้ตามธรรมชาติ 
เมื่อเป็นเช่นนี้โครงการฟื้นฟูกล้วยไม้หวายแดงเขาใหญ่  จึงเป็นโครงการที่ภาควิชาพืชสวนและคณะทำงานสโมสรคนรักกล้วยไม้เขาใหญ่  ได้นำกล้วยไม้หวายแดงมาปลูกเพิ่มเติมบริเวณลานหินผากล้วยไม้  โดยการตัดยอดกล้วยไม้ในบริเวณนั้น ปลูกเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ.2549 แต่ปัจจุบันพบว่ารั้วกั้นรอบแปลงสาธิตเกิดการชำรุด  จึงทำให้สัตว์ที่อยู่บริเวณเขาใหญ่เข้ามากัดกินใบและสร้างความเสียหายให้แก่หวายแดงในแปลงสาธิตไปอย่างน่าเสียดาย

 

หวายแดงและไอยเรศ

ก่อนที่จะเริ่มต้นดำเนินโครงการอาสาพากล้วยไม้ป่ากลับบ้านเกิด  มารู้จักกล้วยไม้ที่จะนำกลับไปปลูกคืนสู่ป่าเขาใหญ่กันก่อน
หวายแดง   ภาษาไทยเรียกกันหลายชื่อว่าหวายแดงจันทบูร  หวายแดงตราด หรือหวายแดงเขาใหญ่  ชื่อวิทยาศาสตร์ Renanthera coccinea เป็นกล้วยไม้อิงอาศัยที่มีระบบเป็นรากอากาศ  และมีรากอากาศที่มีข้อห่าง  ชอบขึ้นในที่โล่งแจ้งแสงแดดส่องถึงอย่างน้อยครึ่งวัน  หรือตามซอกหิน พบขึ้นตามพื้นมากกว่าเกาะบนต้นไม้  หนาแน่นในที่ไม่มีต้นไม้บังแสง  ลำต้นยาว ใบรูปขอบขนาน กว้าง 1.5-3 เซนติเมตร ยาว 7-8 เซนติเมตร  ปลายใบเว้า  ดอกออกเป็นช่อ  แตกแขนงจากซอกใบ  สีแดงเข้ม  ขนาดบานเต็มที่ 3.5 เซนติเมตร  กลีบปากมีขนาดเล็ก  ปลายกลีบเป็นติ่งแหลม  ออกดอกช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ถึงเมษายน
เอื้องไอยเรศ     ภาษาไทยเรียกกันว่าเอื้องพวงหางกระรอก  เอื้องหางฮอก  ชื่อวิทยาศาสตร์ Rhynchostylis retusa (L) Blume เป็นกล้วยไม้อิงอาศัย ลำต้นใหญ่  แข็งแรงคล้ายกล้วยไม้ช้าง แต่ใบยาวและแคบกว่า  ใบยาวประมาณ 40 เซนติเมตร  กว้าง 4 เซนติเมตร  ปลายใบมีลักษณะเป็นฟันแหลมไม่เท่ากัน  ช่อดอกเป็นรูปทรงกระบอกคล้ายพวงมาลัยห้อยลงยาวประมาณ 30-50 เซนติเมตร  ก้านช่อยาว 7-10 เซนติเมตร  มีดอกแน่นช่อประมาณ 150 ดอกมากกว่ากล้วยไม้ช้าง
ดอกบานเต็มที่กว้าง 1.2-1.5 เซนติเมตร  จึงมักเรียกอีกชื่อว่าพวงมาลัย  สีของกลีบนอกและในของดอกเป็นสีขาว  มีจุดสีม่วงประปราย  เดือยดอกมีสีม่วงอ่อน  แผ่นปากมีลักษณะโค้งขึ้นบนแล้วยื่นไปข้างหน้า  มีแต้มสีม่วงตรงกลางแผ่นปาก       ส่วนโคนและปลายสุดแผ่นปากเป็นสีขาว  ปลายแผ่นปากเว้า  เส้าเกสรเห็นชัด  ดอกบานทน  จะอยู่ได้นานประมาณ 2 สัปดาห์  ฤดูกาลออกดอกอยู่ในเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม พบได้ทุกภาคของประเทศไทย
กล้วยไม้ทั้งสองชนิด เป็นกล้วยไม้ที่พบเห็นได้ในป่าธรรมชาติเขาใหญ่ จำนวนมาก  แต่ปัจจุบันลดจำนวนลงมาก  ด้วยสาเหตุปัญหานานัปการ  จำเป็นต้องมีการอนุรักษ์เชิงรับหมายถึงการนำต้นตอพันธุ์เดิมที่มีอยู่นำมาปลูกขยายพันธุ์เพื่อให้มีจำนวนกล้วยไม้เพิ่มขึ้นจากเดิมที่เคยมีอยู่  ซึ่งการดำเนินงานของหวายแดงทำได้โดยเตรียมต้นพันธุ์ตัดเป็นท่อนยาวประมาณ 50 เซนติเมตร  มีรากติดอย่างน้อย 1 ราก จากนั้นทำการผูกกล้วยไม้ติดหลักเพื่อให้กล้วยไม้ยึดเกาะ  ผูกกล้วยไม้หลักละ 2 ต้นขึ้นไป  ต้นและรากไม่ไปสัมผัสดิน 
จากนั้นทำการพรางแสงให้กล้วยไม้หวายแดงที่ปลูกใหม่อย่างน้อย 1 ปี  ส่วนการปฏิบัติบำรุง จำเป็นจะต้องตัดแต่งใบ ราก ก้านดอกที่แห้งออก  ตัดเชือกหรือเอ็นที่ผูกไว้ออก  เมื่อรากเกาะหลักหรือต้นไม้แน่นดีแล้ว ใช้เวลาประมาณ 1-2 ปี และตัดสางกิ่งไม้ ต้นไม้ที่บังแสงแดด การใส่ปุ๋ยกล้วยไม้หวายแดงในที่ขึ้นในธรรมชาตินั้นควรใส่ปุ๋ยให้เฉพาะฤดูที่มีการเจริญเติบโต  โดยฉีดพ่นปุ๋ยละลายน้ำให้ 2 ครั้ง ช่วงต้นและกลางฤดูฝน หรือใส่ปุ๋ยควบคุมการละลาย 1 ครั้ง ช่วงปลายฤดูแล้งหรือต้นฤดูฝน
ส่วนการอนุรักษ์เชิงรุก หมายถึงการเข้าไปกระตุ้นให้เกิดการขยายพันธุ์ โดยการผสมเกสรให้เกิดฝักและนำมาทำการเพาะเลี้ยงต้นอ่อน เพื่อนำกลับไปปลูกต่อไป ซึ่งกล้วยไม้หวายแดงดำเนินการดังนี้     ผสมเกสรกล้วยไม้ในสภาพธรรมชาติ  เพื่อให้ได้ฝักอ่อนและนำไปเพาะเลี้ยงฝักอ่อน (Green pod culture) และการเพาะเลี้ยงคัพภะ (Embryo Culture) เมื่อเพาะได้ต้นกล้ากล้วยไม้หวายแดงในระยะที่พอเหมาะ ก็จะนำไปปลูก โดยนำต้นกล้าผูกติดกับหลักหลักละ 2 ต้นขึ้นไป  ต้นและรากไม่ได้สัมผัสดิน พรางแสงให้ประมาณ 1 ปี   เพื่อให้กล้วยไม้แข็งแรงรากติดแน่นกับหลัก การให้ปุ๋ยหวายแดงในแปลงสาธิต  จะนำปุ๋ยใส่ถุงเป็นตุ้มและผูกติดกับหลัก เพื่อให้ปุ๋ยละลาย และเกิดประโยชน์ต่อต้นกล้วยไม้หวายแดงมากที่สุด

 

แผนพากล้วยไม้ป่ากลับบ้านเกิด

เนื่องจากโครงการอาสาพากล้วยไม้ป่ากลับบ้านเกิด  เป็นโครงการระยะยาวหลายปี  ซึ่งภาควิชาพืชสวน โดย ผศ.ดร.พัชรียา  ได้วางแผนและแนวทางการดำเนินเป็นขั้นตอนในโครงการอนุรักษ์กล้วยไม้ไอยเรศ ตั้งแต่เดือนเมษายน 2554ถึงมีนาคม 2560  ซึ่งเตรียมเพาะเลี้ยงต้นกล้วยไม้  เพาะเมล็ด ย้ายกล้า ดูแลรักษากล้ากล้วยไม้จากขวดเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ให้ต้นแข็งแรงพร้อมที่จะนำไปปลูกที่อุทยาน โดยแบ่งการดำเนินงานเป็น 3 งวด  ดังนี้ งวดที่ 1 ในช่วงเดือนมกราคม 2555 ถึงกันยายน 2556   งวดที่ 2 ในช่วงเดือนตุลาคม 2556 ถึงมีนาคม 2559  และงวดที่ 3 ในช่วงเดือนเมษายน 2559 ถึงเมษายน 2560
เมื่อต้นกล้วยไม้ไอยเรศมีขนาดใหญ่และแข็งแรงพร้อมที่จะนำไปติดบนต้นไม้บริเวณรอบที่ทำการอุทยาน คาดว่าจะเป็นช่วงเดือนเมษายน พ.ศ.2558 ประมาณ 1,000 ต้น ในปี พ.ศ. 2559 ประมาณ 2,000 ต้น และปี พ.ศ.2560 อีกประมาณ 2,000 ต้น  เมื่อปลูกเสร็จเรียบร้อย คณะทำงานจะมีการเดินทางไปติดตามผลการเจริญเติบโตและออกดอกของไอยเรศในเดือนมิถุนายนของทุกปี
สำหรับกล้วยไม้หวายแดง จะเป็นการบูรณะโดยนำท่อนพันธุ์กล้วยไม้หวายแดงที่ตัดมาจากต้นแม่บริเวณน้ำตกผากล้วยไม้และบริเวณทางเข้าผาน้ำตกปลูกในบริเวณพื้นที่เดิม เมื่อครั้งที่ไปสำรวจกล้วยไม้ในช่วงเดือนมิถุนายน ไม่มีการปลูกเพิ่มเติม กำจัดวัชพืช และใส่ปุ๋ย แต่มีแผนการจะบูรณะรั้วให้แข็งแรงถาวร ล้อมรอบพื้นที่ปลูกหวายแดงและปรับปรุงป้ายความรู้ในบริเวณน้ำตกผากล้วยไม้ 
ในช่วงเดือนเมษายน 2557     จะนำคณะกรรมการเดินทางไปติดตามการออกดอกและปลูกกล้วยไม้เพิ่มเติม  กำหนดการเวลาที่วางไว้อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงคลาดเคลื่อนไปบ้าง  ขึ้นอยู่กับการผันแปรของอุณหภูมิอากาศ แต่ถ้าเป็นไปตามที่กำหนดไว้ ในปี 2560 กล้วยไม้ไอยเรศจะออกดอกให้ชมชุดแรก และเมื่อสิ้นสุดโครงการ  อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จะมีกล้วยไม้ไอยเรศบานสะพรั่งเต็มต้นไม้ กล้วยไม้หวายแดงออกดอกสีสันสดใสละลานตา ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยี่ยมชมอย่างแน่นอน จริงหรือไม่ต้องรอคอยและร่วมด้วยช่วยกันรณรงค์ให้คนรักป่า รักต้นไม้ อนุรักษ์หวงแหนความสวยงามของธรรมชาติ ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่แห่งนี้ให้อยู่ยั่งยืนตลอดไป
สมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย  ต้องขอขอบคุณ รศ.ไพบูลย์  ไพรีพ่ายฤทธ์  ผู้ซึ่งริเริ่มเป็นแรงผลักดันและกระตุ้นพร้อมให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์มากมาย  ขอบคุณภาควิชาพืชสวนมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  กรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืชที่ให้ความร่วมมือในการดำเนินงานและสมาคมฯต้องขอขอบคุณบริษัทสยามพารากอน รีเทล จำกัด ที่เห็นความสำคัญของโครงการ  จะเชิญชวนหน่วยงานที่เป็นพันธมิตรมาร่วมด้วยช่วยกันสนับสนุนโครงการอาสาพากล้วยไม้ป่ากลับบ้านเกิดให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ทุกประการ

 

สมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย : เลขที่ 50 กรมวิชาการเกษตร ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 | โทร 02 940 6578 โทรสาร 02 940 6579 | Email: nhc12th@gmail.com